หากว่าคุณตัดสินใจซื้อรถยนต์เรียบร้อยแล้ว ทำการจองรถแล้ว ก็ถึงเวลาที่คุณจะต้องมารับรถยนต์แล้ว ซึ่งจะมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ฉบับมือใหม่ ไปดูกันเลย

ซึ่งการรับรถยนต์นั้น มีข้อห้ามก็คือ ห้ามเซ็นชื่อรับรถล่วงหน้า เพราะว่าคุณยังไม่ได้ตรวจเช็คสภาพรถก่อน เมื่อถึงเวลานัดไปรับรถ คุณจะต้องตรวจสอบสภาพรถ และเช็คทั้งภายในและภายนอก ถึงแม้ว่าจะเป็นรถยนต์มือหนึ่งก็ตาม และควรมีคนที่ไปด้วย เพื่อช่วยกันตรวจสอบสภาพรถยนต์ และทางผู้ขายจะทำหน้าที่ช่วยแนะนำว่า ปุ่มอะไร  อยู่ตรงไหนบ้าง และแนะนำวิธีใช้งานมัลติมีเดียต่าง ๆ ที่มีในรถยนต์นั่นเอง หรือหากมีข้อสงสัยต่างๆ  ก็สามารถสอบถามผู้ขายได้โดยตรง ซึ่งคุณจะต้องดูเอกสารต่าง ๆ ในการรับรถยนต์ให้รอบคอบ และถี่ถ้วน ไมว่าจะเป็นใบเสร็จ ใบรับรถ ใบกรมธรรม์ประกันภัย เอกสารพรบ. และอื่นๆ หลังจากทำการตรวจสอบเอกสารรับรถและเซ็นชื่อรับรถเรียบร้อยแล้ว ก็รับรถขับกลับบ้านได้เลย

  • การโอนรถ

หลังจากการที่คุณซื้อรถเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไป จะต้องโอนรถยนต์ เป็นชื่อของคุณโดยสมบูรณ์ ซึ่งหากว่าคุณเลือกซื้อรถยนต์ด้วยเงินสดนั้น สามารถดำเนินการโอนรถด้วยตัวเอง หรือจะให้ทางผู้ขายดำเนินการให้ก็ได้   แต่หากว่าคุณซื้อเงินผ่อน (ซึ่งคนส่วนใหญ่เลือกใช้วิธีนี้) จะต้องให้ทางไฟแนนซ์เป็นผู้ดำเนินการให้  ซึ่งจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเพิ่มเติม ซึ่งหลักฐานในการโอนรถนั้น ไม่ยาก แต่ทางผู้ซื้อจะต้องเตรียมเอกสารในการโอนรถ ไม่ว่าจะเป็น ทะเบียนรถ บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ใบขับขี่ หนังสือสัญญา

ค่าใช้จ่ายในการโอนรถ

  • ค่าอากร 10,000 ละ 50 บาท

สำหรับ 10,000 คือราคารถที่เจ้าหน้าที่ตรวจสภาพที่ขนส่งประเมิน อีกทั้งราคาที่ประเมินของรถยนต์ไม่เท่ากันด้วย

  • ค่าธรรมเนียมการโอน ราคา 105 บาท
  • ค่าป้ายทะเบียนรถ ราคา 200 บาท
  • ค่าสมุดเล่มทะเบียน ราคา 100 บาท

หมายเหตุ ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

การบำรุงรักษารถยนต์ป้ายแดง

หลังจากที่คุณซื้อรถแล้ว โอนรถเป็นชื่อคุณแล้ว (กรณีที่ผ่อนหมดแล้ว หรือซื้อเงินสด)มีการดูแลรักษารถยนต์ให้มีสภาพเหมือนใหม่อยู่เสมอ  ซึ่งวิธีการดูแลรักษาก็ไม่ยาก คือเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุก ๆ 5,000 กิโลเมตร ส่วนไส้กรองน้ำมันเครื่องควรเปลี่ยนทุก 10,000 กิโลเมตร

สำหรับการเลือกใช้น้ำมันนั้น ก็ควรเลือกใช้เหมาะสมกับรุ่นของรถยนต์ และตรวจดูระดับน้ำในหม้อน้ำบ่อยๆ ตรวจดูลมยางอย่างสม่ำเสมอ โดยส่วนใหญ่ค่าเฉลี่ยของความดันลมยางของรถเก๋ง จะประมาณ 28-30 ปอนด์/ตารางนิ้ว ส่วนรถกระบะ จะประมาณ 35-40 ปอนด์/ตารางนิ้ว การเปลี่ยนหัวเทียนทุกๆ ระยะ 15,000-20,000 กิโลเมตร และควรตรวจสอบดูเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมออีกด้วย

หากว่าคุณต้องซื้อรถยนต์ใหม่นั้น  ต้องดูแลรถ และค่อย ๆ ศึกษาวิธีการดูแลรถด้วย เพราะว่าไม่ยากแม้ว่าเป็นผู้หญิงก็สามารถเช็คสภาพรถยนต์ได้เช่นเดียวกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *